วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2556

สรุปท้ายบทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ

     ปัจจุบันเราทุกคนต่างยอมรับว่า เทคโนโลยีสารสนเทศหรือที่นิยมเรียกว่า IT มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เทียบเท่ากับที่เทคโนโลยีเครื่องจักรกลมีผลต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเทคโนโลยีที่ประกอบขึ้นด้วยระบบจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลระบบสื่อสารโทรคมนาคม และอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติงานด้านสารสนเทศที่มีการจัดการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีเป็นความหมายกว้าง และเป็นผลจากพลวัตของเทคโนโลยีที่ไม่สามารถกล่าวได้อย่างเฉพาะเจาะจง อย่างไรก็ตาม เราสามารถกล่าวได้ว่า เทคโนโลยีสารสนเทศต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการคือ ระบบประมวลผล ระบบสื่อสารโทรคมนาคม และการจัดการเทคโนโลยีและข้อมูลอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันการใช้งานระบบสารสนเทศไม่เพียงเป็นระบบข้อมูลภายในองค์การ แต่ระบบการติดต่อสื่อสารและการจัดการสารสนเทศได้บูรณาการปัจจัยภายนอก เช่น ผู้ขายวัตถุดิบ ลูกค้า และบุคคลอื่นที่มีผลต่อองค์การเข้าด้วยกัน 

     คอมพิวเตอร์แบ่งส่วนประกอบสำคัญออกเป็น 4 ส่วนคือ หน่วยรับข้อมูล หน่วยประมวลผลกลาง หน่วย ความจำ และหน่วยแสดงผล ปกติเราสามารถจำแนกคอมพิวเตอร์ตามราคา ขนาด และประสิทธิภาพในการประมวลผลออกเป็น 4 ประเภทคือ ซูปเปอร์คอมพิวเตอร์ เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ มินิคอมพิวเตอร์ และไมโครคอมพิวเตอร์ ประการสำคัญ ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยให้การปฏิบัติงานของสมาชิกตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการระดับกลาง หัวหน้างาน จนถึงพนักงานทั่วไปมีประสิทธิภาพขึ้น 

  ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นชุดคำสั่งที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารและสั่งงานคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่เราสามารถจำแนกชุดคำสั่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ชุดคำสั่งสำหรับระบบ และชุดคำสั่งประยุกต์ โดยชุดคำสั่งถูกเขียนขึ้นด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ติดต่อสื่อ สารระหว่างผู้ใช่ระหว่างผู้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ปกติภาษาคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็นภาษาเครื่องและภาษาที่ใกล้เคียงภาษามนุษย์ โดยภาษาที่ใกล้เคียงภาษามนุษย์ยังสามารถแบ่งออกเป็น 2 ระดับ ภาษาระดับต่ำ เช่น แอสแซมบลี และภาษาดับสูง เช่น ฟอร์แทรน โคบอล และปาสคาล เป็นต้น 

     ภาษาในยุคที่ 4 หรือ 4GL เป็นภาษาระดับสูงที่ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเฉพาะอย่าง เช่น ฐานข้อมูล การประมวลเอกสาร และการจักการตาราง เป็นต้น โดยที่ 4GL จะง่ายต่อการเรียนรู้และการใช้งานโดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ที่ลึกซึ้ง ปัจจุบันได้มีการพัฒนาในยุคที่ 5 หรือ 5GL ที่มีศักยภาพสูง ซึ่งช่วยให้การทำงานของผู้ใช้มีประสิทธิภาพขึ้น 

 เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การส่งผ่านข่าวสารข้อมูลในระยะไกลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ช่วยให้เทคโนโลยีสารสนเทศมีความสมบูรณ์ขึ้น โดยเฉพาะระบบเครือข่ายที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆตั้งแต่ 2 ระบบเข้าด้วยกัน
...............................................................................................................................

นางสาววนิดา มุ้ยเผือก
บ.กว. (1/1) กลุ่มเรียนอังคาร
(Summer)

บทที่ 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ

1. จงอธิบายความหมายและส่วนประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ตอบ เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง เทคโนโลยีที่ประกอบขึ้นด้วยระบบจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลระบบสื่อสารคมนาคม และอุปกรณ์สนับสนุนด้านการปฏิบัติงานด้านสารสนเทศที่มีการวางแผน จัดการ และใช้งานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เราสามารถกล่าวได้ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการดังนี้
         - ระบบประมวลผล ความซับซ้อนในการปฏิบัติงานและความต้องการสารสนเทศที่หลากหลาย ทำให้การจัดการและการประมวลผลด้วยมือไม่สะดวก ล่าช้า และอาจจะผิดพลาด ปัจจุบันองค์การจึงต้องทำการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้คอมพิวเตอร์และระบบสนับสนุนในการจัดการข้อมูล
        - ระบบสื่อสารโทรคมนาคม การสื่อสารข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการจัดการและประมวลผล ตลอดจนการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ
        - การจัดการข้อมูล ปกติบุคคลที่ให้ความสนใจกับเทคโนโลยีจะให้ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยให้ความสำคัญกับส่วนประกอบ 2 ประการแรกแต่ผู้สนใจด้านจัดการข้อมูล จะให้ความสำคัญกับส่วนประกอบที่ 3

2.เหตุใดการจัดการข้อมูลจึงเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ ?
ตอบ เพราะผู้สนใจด้านจัดการข้อมูล (Data/ Information Management) จะให้ความสำคัญกับส่วนประกอบที่ 3 ซึ่งมีความเป็นศิลปะในการจัดรูปแบบ และการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

3.หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) มีหน้าที่อะไร และสามารถเปรียบเทียบกับอวัยวะส่วนใดของมนุษย์ ?
ตอบ CPU จะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานและการประมวลผลของระบบคอมพิวเตอร์ โดยเราสามารถเปรียบเทียบ CPU กับสมองของมนุษย์ที่มีหน้าที่หลัก 2 ประการคือ
     - ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์
     - คำนวณและเปรียบเทียบข้อมูล

4.เราสามารถจำแนกคอมพิวเตอร์ออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง ?
ตอบ โดยปกตินักวิชาการด้านศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Science) นิยมจำแนกประเภทของคอมพิวเตอร์ตามราคา ขนาดและประสิทธิภาพในการประมวลผลของเครื่อง ซึ่งทำให้เราสามารถจำแนกคอมพิวเตอร์ออกเป็น 4 ประเภทดังต่อไปนี้
     1. ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ มีประสิทธิภาพในการประมวลผลและมีความเร็วสูง ตลอดจนราคาแพงมากปกติซูเปอร์คอมพิวเตอร์จะถูกพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ มักจะถูกนำไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญ
    2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยความจำและระบบประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถต่อเข้ากับอุปกรณ์รับ-ส่งข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีศักยภาพสูง และมีความสามรถในการทำงานที่ซับซ้อนในเวลาที่รวดเร็ว
    3. มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับงานสารสนเทศ สำหรับองค์การที่ต้องการการประมวลผลข้อมูลในระดับปานกลาง ประกอบกับราคาที่ต่ำกว่าเมนเฟรมคอมพิวเตอร์
   4. ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer) หรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer) หรือที่นิยมเรียกสั้นๆว่า PC จะเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กมากเมื่อเปรียบเทียบกับทั้ง 3 ระบบที่กล่าวมาในระยะแรก คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจะมีศักยภาพค่อนข้างต่ำ ทำให้ไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานธุรกิจที่ซับซ้อนและหลากหลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5.เหตุใดจึงมีผู้กล่าวว่า “คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องจักรกลที่เปลี่ยนแปลงโลก” และท่านเห็นด้วยกับความคิดนี้หรือไม่ เพราะเหตุใด ?
ตอบ ไม่เห็นด้วย เพราะเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว คงไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรงในสังคมได้เหมือนอย่างที่เราเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ถ้าขาดเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมมาสนับสนุน

6.ชุดคำสั่งและภาษาคอมพิวเตอร์คืออะไร และมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
ตอบ ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Computer Program) หมายถึงชุดคำสั่งที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสาร และสั่งงานคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยชุดคำสั่งจะทำหน้าที่สั่งงานและควบคุมให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานตามที่กำหนดภาษาคอมพิวเตอร์ (Computer Language) เป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสะดวกราบรื่นมีความสัมพันธ์กันโดยชุดคำสั่งจะถูกเขียนขึ้นด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์

7.ภาษายุคที่ 4 หรือ 4GL เป็นอย่างไร และมีความแตกต่างจากภาษาคอมพิวเตอร์ในอดีตอย่างไร
ตอบ ภาษายุคที่ 4 จะเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาให้ง่ายต่อการเรียนรู้และการนำไปใช้งาน ซึ่งจะช่วยให้ผู้เขียนชุดคำสั่งและผู้ใช้ที่มีความรู้จำกัดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมีความแตกต่างจากภาษาคอมพิวเตอร์ในอดีต คือ
      -ง่ายต่อการเรียนรู้ ภาษาในยุคที่ 4 จะมีโครงสร้างที่ง่าย ชัดเจน และใกล้เคียงกับภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
     -ง่ายต่อการใช้งาน โครงสร้างและตรรกะที่ถูกพัฒนาขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ง่ายต่อการเรียนรู้และการใช้งาน ทำให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้และใช้งานภาษายุคที่ 4 ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาทำความเข้าใจมาก
   -มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ผู้ใช้นิยมนำภาษาในยุคที่ 4 ไปใช้งาน ประกอบกับการประมวลผลที่รวดเร็วของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จึงส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

8.จงยกตัวอย่างและอธิบายรายละเอียดของเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมที่เป็นประโยชน์ต่องานสารสนเทศขององค์การ
ตอบ ปัจจุบันเราสามารถนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่องค์การได้หลากหลาย เทคโนโลยีโทรคมนาคม เป็นเทคโนโลยีที่ประยุกต์ให้การส่งผ่านข่าวสารข้อมูลในระยะไกลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม ช่วยให้ระบบงานของคอมพิวเตอร์มีศักยภาพสูงขึ้นโดยขยายตัวจากการจัดเก็บ การประมวลผล และการนำเสนอข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งยังมีข้อจำกัดในการกระจายและรับ-ส่งข้อมูล ระบบคอมพิวเตอร์ถูก
.............................................................................................................................

นางสาววนิดา มุ้ยเผือก
บ.กว. (1/1) กลุ่มเรียนอังคาร
(Summer)

ให้นักศึกษาทำแบบฝึกหัดต่อไปนี้


Oracle คืออะไร
                 Oracle คือ โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล ผลิตโดยบริษัทออราเคิล ซึ่งเป็นโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ หรือ DBMS (Relational Database Management System) ตัวโปรแกรมนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางคอยติดต่อ ประสาน ระหว่างผู้ใช้และฐานข้อมูล ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานฐานข้อมูลได้สะดวกขึ้น เช่นการค้นหาข้มูลต่างๆภายในฐานข้อมูลที่ง่ายและสะดวก โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทราบถึงโครงสร้างภายในของฐานข้อมูลก้สามารถเข้าใช้ ฐานข้อมุลนั้นได้

ข้อดีของ Oracle
  1. เทคโนโลยี Rollback Segment ถูกนำมาใช้ในโปรแกรม Oracle ประโยชน์ Rollback Segment คือ สามารถจัดการกับข้อมูลในกรณีที่เกิดการล้มเหลวของระบบ หรือภาวะระบบไม่สามารถให้บริการได้ ด้วยเทคโนโลยี Rollback Segment จะจัดการ Instance Recovery ข้อมูลไม่ให้เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจาก การล้มเหลวของระบบ ได้อย่างดีมาก
  2. Oracle ยังมีส่วนที่เรียกว่า Timestamp ทำงานเกี่ยวข้องกับ Concurrency Control เป็นส่วนที่จัดการการทำงานกับหลาย ๆ Transaction ในเวลาเดียวกัน โดยทุก ๆ Transaction จะมี Timestamp เป็นตัวกำหนดเวลาเริ่มต้นของการประมวลผล (Process) ซึ่งช่วยในการขจัดปัญหาหลักของ Concurrency Problems
  3. Oracle ใช้ได้กับฐานข้อมูลกว่า 80 แพลตฟอร์ม ซึ่งครอบคลุมเกือบทุกแพลตฟอร์มที่มีอยู่ในปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์บนเมนเฟรม, มินิคอมพิวเตอร์, พีซี บนระบบปฏิบัติการตั้งแต่ Window 9x, NT, Window CE, UNIX, SOLARIS, LINUX โดยที่ในทุกพอร์ตมีโครงสร้างการเหมือนกันๆหมด คำสั่งที่ใช้ก็เป็นแบบเดียวกัน สามารถทำงานร่วมกันได้ สามารถนำข้อมูลจากพอร์ตหนึ่งไปพอร์ตอื่นได้อย่างไม่มีปัญหา

ประเภทของ Oracle
1. Personal Oracle
2. Oracle Server

                  ทั้ง 2 แบบนี้มีลักษณะการใช้งานและคำสั่งเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ Personal Oracle คือฐานข้อมูลที่เมื่อติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ผู้ใช้จะต้องนั่งทำงานกับ Oracle นี้ที่หน้าเครื่องท่านั้น ส่วนของ Oracle Server คือ ฐานข้อมูลในลักษณะเซิร์ฟเวอร์ คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งโปรแกรมของ Oracle Server ไว้ และยอมให้ผู้ใช้งานเรียกฐานข้อมูล หรือจัดการกับข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ได้(เรียกเครื่องอื่นๆ เป็นไคลเอนต์) ดังนั้นถ้าต้องการให้มีผู้เรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลหลาย ๆ คนได้ ก็ควรต้องเลือกแบบที่เป็น Oracle Server



.......................................................................................................................

3G 4G 5G แตกต่างกันอย่างไร ธุรกิจนำมาใช้สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างไร

3G คืออะไร
3G สามารถรับส่งข้อมูลในความเร็วสูง ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้ อย่างรวดเร็ว และ มีรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น ประกอบกับอุปกรณ์สื่อสารไร้สายในระบบ 3G สามารถให้บริการระบบเสียง และ แอพพลิเคชั่นรูปแบบใหม่ เช่น จอแสดงภาพสี, เครื่องเล่น mp3, เครื่องเล่นวีดีโอ การดาวน์โหลดเกม, แสดงกราฟฟิก และ การแสดงแผนที่ตั้งต่างๆ ทำให้การสื่อสารเป็นแบบอินเตอร์แอคทีฟ ที่สร้างความสนุกสนาน และ สมจริงมากขึ้น 3G ช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายและคล่องตัวขึ้น โดย โทรศัพท์เคลื่อนที่เปรียบเสมือน คอมพิวเตอร์แบบพกพา, วิทยุส่วนตัว และแม้แต่กล้องถ่ายรูป ผู้ใช้สามารถเช็คข้อมูลใน account ส่วนตัว เพื่อใช้บริการต่างๆ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น self-care (ตรวจสอบค่าใช้บริการ), แก้ไขข้อมูลส่วนตัว และ ใช้บริการข้อมูลต่างๆ เช่น ข่าวเกาะติดสถานการณ์, ข่าวบันเทิง, ข้อมูลด้านการเงิน, ข้อมูลการท่องเที่ยว และ ตารางนัดหมายส่วนตัว

4G คืออะไร 
เทคโนโลยี 4G เป็นเครือข่ายความเร็วสูงพิเศษ เป็นเส้นทางด่วนสำหรับข้อมูลที่ไม่ต้องอาศัยการลากสายเคเบิล สามารถใช้งานแบบไร้สาย รวมถึงคุณสมบัติการเชื่อมต่อเสมือนจริงในรูปแบบสามมิติ ระหว่างผู้ใช้โทรศัพท์ด้วยกันเอง 4G จะสามารถส่งผ่านข้อมูลแบบไร้สายด้วยระดับความเร็วสูงที่เพิ่มขึ้นถึง 100 เมกะไบต์ต่อวินาที สามารถให้บริการรับชมรายการโทรทัศน์ผ่านมือถือได้ หรือจะโหลดหนังมาชมบนโทรศัพท์มือถือ 4G ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานบนเครือข่ายที่กินพื้นที่กว้างก้อได้หรือจะทำเป็น เครือข่ายขนาดย่อมๆ แบบ WLAN ได้อีกด้วย และราคาถูกด้วยมี channel bandwidthที่ยืดหยุ่น

5G คืออะไร
ศาสตราจารย์ ราฮิม ทาฟาซอลลี หัวหน้าศูนย์วิจัยระบบการสื่อสารโทรคมนาคม จากมหาวิทยาลัยเซอร์รีย์ เปิดเผยว่า การเติบโตของแอพพลิเคชั่นใหม่ที่ใช้ทำงานบนเครือข่ายพัฒนาไปรวดเร็วมาก ยิ่งมีมือถือมากขึ้นก็หมายความว่าความต้องการเข้าอินเทอร์เน็ตก็ย่อมสูงขึ้น ตามไปด้วย ทำให้อัตรา Data Traffic เติบโตอย่างไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยี 5G ที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ก็เพื่อให้ใช้คลื่นวิทยุที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งตอนนี้การศึกษาเรื่อง 5G ได้เริ่มต้นไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าสำเร็จก็อาจทำให้อังกฤษมี 5G ใช้ก่อนประเทศอื่น ไม่เหมือนกับ 4G ที่เพิ่งจะได้ใช้หลังประเทศอื่น
หลักการ 5G =
 
( พื้นที่จริง + ของจริง + สถานการณ์จริง )+( หลักการทางทฤษฎี + ระเบียบเกณฑ์ ) 

3G 4G และ 5G ต่างกันตรงไหน 
เมื่อพูดถึงเทคโนโลยี สื่อสารของ 4G เรื่องความเร็วเหนือกว่า 3G มาก และสามารถรับส่งข้อมูลได้ในปริมาณมากและเร็วกว่า 3G และ 4G สามารถโหลดหนังหรือข้อมูลหนักๆมาลงมือถือได้ ซึ่ง 3G ไม่สามารถทำได้ ค่าใช้จ่ายถูกกว่า 3G และใช้งานได้ทั่วโลก และ 5G จะมีความเร็วสูงสุด 10Gpbs หรือเฉลี่ยความเร็วในขณะเคลื่อนที่ต่อคนอยู่ที่ 200Mbps ซึ่งมากกว่า 3G และ 4G มาก

ในด้านธุรกิจนำมาใช้สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างไร
ในด้่านธุรกิจเครือข่าย 3G และ 4G มีประโยชน์เป็นอย่างมากในการทำธุรกิจ ติดต่อซื้อขายกับลูกค้า ทำโฆษณาส่งเสริมการขาย ทำธุรกิจกับบริษัทอื่น หรือแม้แต่ติืดต่องานภายในและภายนอกองค์กร ธุรกิจสามารถนำระบบ 3G และ 4G มาใช้ให้ได้เปรียบทางด้านการตลาด เจาะตลาดกลุ่มเป้าหมาย ที่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใช้กันอย่างแพร่หลาย และสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้าน ลูกค้า ผลิตภัณฑ์ สื่อโฆษณา การติดต่อซื้อขาย ติดต่อเครือข่ายด้วยความเร็วสูง ทันต่อความต้องการได้เป็นอย่างดี
........................................................................................................................

ทำไมต้องเรียนระบบสารสนเทศ ?

        เพื่อศึกษาแนวความคิดเกี่ยวกับการจัดระบบสารสนเทศ อันจะเป็นประโยชน์ในการจัดการ เนื้อหาวิชาครอบคลุมถึงการวิเคราะห์ การออกแบบ และองค์ประกอบของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ และความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบเหล่านั้น บทบาทและหน้าที่ของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการภายในองค์การ สภาพแวดล้อมภายนอกองค์การ และผลกระทบต่อสารสนเทศเพื่อการจัดการ รวมถึงการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศในการตัดสินใจงานต่าง ๆ รวมถึงระบบสำนักงานอัตโนมัติด้วย ซึ่งระบบสารสนเทศ (Information System หรือ IS) เป็นระบบพื้นฐานของการทำงานต่างๆ ในรูปแบบของการเก็บ (input) การประมวลผล (processing) เผยแพร่ (output) และมีส่วนจัดเก็บข้อมูล (storage) องค์ประกอบของระบบสารสนเทศคือ ฮาร์ดแวร์,ซอฟต์แวร์,มนุษย์,กระบวนการ,ข้อมูล,เครือข่ายระบบสารสนเทศนั้นจะประกอบด้วย 

ข้อมูล (Data) หมายถึง ค่าของความจริงที่ปรากฏขึ้น โดยค่าความจริงที่ได้จะนำมาจัดการปรับแต่งหรือประมวลผลเพื่อให้ได้สารสนเทศที่ต้องการ
สารสนเทศ (Information) คือ กลุ่มของข้อมูลที่ถูกตามกฎเกณฑ์ตามหลักความสัมพันธ์ เพื่อให้ข้อมูลเหล่านั้นมีประโยชน์และมีความหมายมากขึ้น
การจัดการ (Management) คือ การบริหารอย่างเป็นระบบ เป็นการกำหนดเป้าหมายและทิศทางการจัดการขององค์กรนั้น ซึ่งต้องมีการวางแผน กำหนดการ และจัดการทรัพยากรภายในองค์กร เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ขององค์กรนั้นๆ

ระบบสารสนเทศและ MIS (IS) - หรือการประยุกต์ใช้ภูมิทัศน์
คือการรวมกันของเทคโนโลยีสารสนเทศ (information technology) และกิจกรรมของผู้คนว่าด้วยการดำเนินการให้ความช่วยเหลือใดๆ, การทำการจัดการและการตัดสินใจ ในความหมายที่กว้างมาก, ระบบสารสนเทศเป็นคำที่ใช้บ่อยในการอ้างถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน กระบวนการข้อมูลและเทคโนโลยี ในแง่นี้คำที่ใช้ในการอ้างอิงไม่เพียงแต่จะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ที่องค์กรจะใช้เท่านั้น, แต่ยังรวมถึงวิธีที่คนมีปฏิสัมพันธ์กับเทคโนโลยีนี้ในการสนับสนุนกระบวนการทางธุรกิจ

......................................................................................................................
นางสาววนิดา มุ้ยเผือก 
บ.กว. (1/1) กลุ่มเรียนอังคาร
(Summer)