ตอบ เพราะโลกปัจจุบันการดำเนินธุรกิจ ได้มีการนำระบบสารสนเทศ ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และระบบเครือข่ายระหว่างประเทศเข้ามาประสานการทำงานร่วมกับการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของสภาพแวดล้อมการแข่งขันในการดำเนิน ธุรกิจกระแสโลกาภิวัฒน์ ที่ได้เปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจ คือ ในประเทศอุตสาหกรรมใหญ่ๆ มีการใช้ความรู้มากขึ้น ความรู้และข่าวสารกลายเป็นรากฐานที่สำคัญของผลิตภัณฑ์และการบริการใหม่ๆ และมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร คือองค์กรระบบใหม่จะลดลำดับชั้นของผู้บริหารให้น้อยลง เพื่อกระจายความรับผิดชอบการสั่งงานไปตามส่วนต่างๆได้มากขึ้น มีการกำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและกำหนดกลุ่มรับผิดชอบที่เหมาะสมกับ สถานการณ์ในขณะนั้น ปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
ปัจจุบันองค์กรต่างๆ ได้เริ่มมองเห็นความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องมีระบบสารสนเทศที่ถูกต้องและ รวดเร็วแม่นยำ เพื่อประโยชน์ในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน จึงมีการตั้งเป้าหมายของระบบสารสนเทศเพื่อประโยชน์ดังนี้
1.เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (Effectiveness)
2.เพิ่มผลผลิต (Productive)
3.เพิ่มคุณภาพในการบริการลูกค้า (Quality)
4.ผลิตสินค้าใหม่และขยายผลิตภัณฑ์ (New Product and increase product)
2. โซ่คุณค่า หมายถึงอะไร ประกอบด้วยกิจกรรมใด จงอธิบาย
ตอบ
ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain)
เป็นแนวคิดที่ช่วยในการทำความเข้าใจถึงบทบาทของแต่ละหน่วยปฏิบัติการว่าจะมีส่วนช่วยเหลือให้ธุรกิจก่อกำเนิดคุณค่าให้แก่ลูกค้าอย่างไร โดยคุณค่าที่ตัวสินค้าสร้างขึ้น สามารถวัดได้โดยการพิจารณาว่า ผู้บริโภคยินยอมที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้ามากน้อยเพียงใด
ห่วงโซ่คุณค่า (Value chain) ในทัศนะของไมเคิล อีพอร์ตเตอร์ คือ การเชื่อมโยงของกิจกรรมต่างๆซึ่งสร้างมุลค่าเพิ่มให้แก่องค์กร สามารถแบ่งออกได้ 2 กิจกรรมได้แก่
- กิจกรรมพื้นฐาน คือ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตโดยตรงตั้งแต่การนำเข้าวัตถุดิบ ขั้นตอนการแปรรูปเป็นสินค้าสำเร็จรูป จนการนำเข้าสินค้าสำเร็จส่งถึงมือผู้บริโภคขั้นสุดท้าย
- กิจกรรมสนับสนุน คือ กิจกรรมที่สนับสนุนกิจกรรมหลัก และกิจกรรมสนับสนุนด้วยกันเอง กล่าวคือ เริ่มต้นตั้งแต่การนำเข้าวัตถุดิบจากฝ่ายผู้จัดหา ป้อนวัตถุดิบหรือปัจจัยการผลิตเข้าสู่กิจกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งกระบวนการการผลิตและการตลาด และสิ้นสุดที่การกระจายสินค้าสำเร็จรูปสู่ผู้บริโภค
การจัดการห่วงโซ่คุณค่า เป็นการจัดการโดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าและบริการ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า (willing to pay) องค์ประกอบของห่วงโซ่คุณค่า (Value chain) ณ กรณีนี้ แบ่งออก ดังนี้
- Mills (ผู้ผลิตวัตถุดิบขั้นต้น)
- Manufactures (โรงงานแปรรูปผู้ผลิต)
-Trade Shipper (ตัวแทนผู้ส่งออก)
- Importer (ตัวแทนนำเข้า)
- Wholesaler (ตัวแทนค้าส่ง)
-Sales Representative (ตัวแทนจัดจำหน่าย)
- Retailers/Chain Store (ร้านค้าปลีก)
- Department Store (ห้างสรรพสินค้า)
โดยกิจกรรมทุกประเภทจะต้องมีส่วนในการช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้า
..................................................................................................
นางสาววนิดา มุ้ยเผือก
บ.กว. (1/1) กลุ่มเรียน อังคาร
(Summer)
บ.กว. (1/1) กลุ่มเรียน อังคาร
(Summer)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น